ปัจจัยพหุระดับที่ส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรม เชิงการเมืองในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

วัชรินทร์ โตขาว

Abstract


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมเชิงการเมืองและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคใต้  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครู 51 โรงเรียน จำนวน 408 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า แบบ 6 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS หาค่าสถิติพื้นฐาน และโปรแกรม HLM 7 วิเคราะห์พหุระดับ 

            ผลการวิจัยพบว่า

            1.  พฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคใต้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย กลวิธีทางการเมืองที่ใช้กันมากที่สุด คือ การสร้างเครือข่าย เกมการเมืองที่ใช้กันมากที่สุดคือ เกมสร้างอาณาจักร

            2.  ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนสรุปได้ดังนี้

                2.1 ปัจจัยระดับบุคคล พบว่า บุคลิกแบบมีเล่ห์เหลี่ยม ส่งผลทางบวกต่อการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ การหลบเลี่ยงงานหนัก ความชอบเสี่ยง

ความต้องการอำนาจ  และความคาดหวังในความสำเร็จ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ส่วนคุณธรรมจริยธรรม ส่งผลทางลบต่อการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ ความเชื่อในอำนาจของตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                2.2 ปัจจัยระดับโรงเรียน พบว่า โครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้น ส่งผลทางบวกต่อการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองในโรงเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ ความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  จริยธรรมของผู้บริหาร ส่งผลทางลบต่อสัมประสิทธิ์การถดถอยของความต้องการอำนาจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  และจริยธรรมของผู้บริหารส่งผลทางบวกต่อสัมประสิทธิ์การถดถอยของความชอบเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Journal of Rajanagarindra University